ปลากุเรา และ ปลาฉนาก

วงศ์ปลากุเรา (อังกฤษ: Threadfins) เป็นวงศ์ปลาในอันดับ Perciformes ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Polynemidae (/โพ-ลี-นี-มิ-ดี/)

 

มีรูปร่างทั่วไปเป็นทรงกระบอก ลำตัวแบนข้างเล็กน้อย หัวและจะงอยปากทู่ ปากกว้างอยู่ด้านล่างของจะงอยปาก ตาเล็กอยู่ตอนปลายของหัวและมีเยื่อไขมันบางๆคลุม ครีบหลังแบ่งเป็น 2 ตอนอยู่ห่างกัน ตอนแรกเป็นก้านแข็งสั้น ตอนท้ายเป็นก้านอ่อน ครีบหางเว้าลึก ครีบอกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนบนเป็นครีบยาวแหลม ส่วนล่างเป็นเส้นยาวแยกออกเป็นเส้นตั้งแต่ 4 – 14 เส้น มีความยาวแล้วแต่ชนิด เกล็ดเป็นแบบสากมีขนาดเล็กละเอียด

 

เป็นปลากินเนื้อ โดยกินกุ้ง, ปลา หาเหยื่อและสัมผัสได้ด้วยครีบอกที่เป็นเส้น มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ พบในเขตอบอุ่นทั่วโลก โดยมากเป็นปลาทะเล พบในน้ำกร่อยและน้ำจืดเพียงไม่กี่ชนิด มีทั้งหมด 8 สกุล 38 ชนิด มีขนาดใหญ่สุดได้ถึง 2 เมตร คือ ปลากุเราแอฟริกา (Polydactylus quadrifilis) พบในประเทศไทยประมาณ 10 ชนิด เช่น ปลากุเรา 4 หนวด (Eleutheronema tetradactylum) ฯลฯ แต่มีเพียง 3 ชนิดเท่านั้นที่เจอในน้ำจืด คือ ปลาหนวดพราหมณ์หนวด 7 เส้น (Polynemus paradiseus), ปลาหนวดพราหมณ์ทอง (P. melanochir) และ ปลาหนวดพราหมณ์หนวด 14 เส้น (P. multifilis) นอกจากนี้แล้วยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามด้วย สำหรับปลาที่พบในน้ำจืด

 

ปลาหนวดพราหมณ์หนวด 14 เส้น (Polynemus multifilis) ที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

 

การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์

อาณาจักร: Animalia

ไฟลัม: Chordata

ชั้น: Actinopterygii

อันดับ: Perciformes

อันดับย่อย: Percoidei

วงศ์ใหญ่: Percoidea

วงศ์: Polynemidae

สกุล

Eleutheronema

Filimanus

Galeoides

Leptomelanosoma

Parapolynemus

Pentanemus

Polydactylus

Polynemus

 

ปลาฉนาก

ปลาฉนาก (อังกฤษ: Sawfishes) เป็นปลาจำพวกหนึ่งของปลาในชั้นปลากระดูกอ่อน ใช้ชื่ออันดับว่า Pristiformes และวงศ์ Pristidae (โดยมาจากภาษากรีกโบราณคำว่า πρίστης, prístēs หมายถึง “เลื่อย” หรือ “ใบเลื่อย

การกำเนิด

ปลาฉนาก นับเป็นปลาที่ถือกำเนิดมานานกว่า 100 ล้านปีตั้งแต่ยุคครีเตเชียส ที่ไดโนเสาร์ยังมีชีวิตอยู่ และไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปร่างมากนักจากในอดีต6 ปลาฉนากที่สูญพันธุ์ไปแล้ว คือ Onchopristis มีความยาวกว่า 8 เมตร (แต่จัดอยู่ในวงศ์ Sclerorhynchidae) เฉพาะฟันเลื่อยก็มีความยาวกว่า 2.5 เมตร แต่ก็ตกเป็นอาหารของไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ เช่น สไปโนซอรัส

ลักษณะและพฤติกรรม

ฟันเลื่อยยาว 3.5 ฟุต

 

ปลาฉนากจัดเป็นปลาขนาดใหญ่ มีรูปร่างเหมือนฉลาม แต่ว่าจัดอยู่ในประเภทเดียวกับปลากระเบน มีซี่กรองเหงือก 5 ซี่ อยู่ใต้ส่วนหัว แต่มีส่วนหัวและหน้าอกแบนราบ ครีบหลังแบ่งออกเป็น 2 ตอน ครีบหลังอันแรกอยู่ค่อนไปทางหาง พื้นผิวลำตัวด้านหลังมีสีเทาอมเขียว ส่วนท้องมีสีขาว มีอวัยวะเด่นคล้ายกระบองแข็งยื่นยาวออกมา มีความยาวราวๆ 1 ใน 3 ของความยาวลำตัวและหาง และรอบส่วนแข็งนั้นมีซี่แหลมเล็กๆอยู่รอบๆคล้ายใบเลื่อย ใช้ในการป้องกันตัวและใช้นำทางหาอาหาร ทำหน้าที่เหมือนประสาทสัมผัส6 โดยจะใช้ฟันเลื่อยนี้ตัดอาหาร เช่น ปลา ให้เป็นชิ้นเล็กๆซึ่งขนาดและจำนวนของซี่ฟันขึ้นอยู่ตามชนิด ซึ่งซี่ฟันแต่ละซี่นั้นอาจยาวได้ถึง 2 นิ้วแต่ปลาตัวใดมีจำนวนซี่ฟันเท่าใด ก็จะคงอยู่อย่างนั้นไปตลอดชีวิต

การหากิน

เป็นปลาที่หากินตามพื้นท้องน้ำ โดยหาอาหารได้แก่ สัตว์หน้าดินและปลาขนาดเล็กต่างๆมักอาศัยและหากินในบริเวณที่มีโคลนเลนขุ่น พบอาศัยในเขตอบอุ่นทั่วโลกตั้งแต่ทวีปอเมริกาเหนือ, แอฟริกา, ทวีปเอเชีย และรัฐเวสเทิร์นประเทศออสเตรเลีย ในประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้แล้วยังถือได้ว่าปลาทะเลซึ่งสามารถปรับพฤติกรรมให้อาศัยอยู่ในน้ำจืดได้ด้วย โดยมีรายงานเจอในแม่น้ำสายใหญ่ในหลายประเทศไกลนับร้อยๆกิโลเมตรจากทะเล ดังนี้นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการศึกษาวิจัยปลาฉนากด้วยการติดแทคที่ตัวปลา เชื่อว่าปลาเข้ามาเพื่อที่จะแพร่พันธุ์ เนื่องจากในน้ำจืดนั้นมีสัตว์นักล่าและอันตรายน้อยกว่าในทะเล จนกระทั่งปลาเติบโตจนได้ขนาดจึงจะว่ายกลับสู่ทะเล

 

ไข่

เป็นปลาที่ออกลูกเป็นไข่ แต่ไข่จะมีการเจริญเติบโตในช่องท้องของตัวเมีย เมื่อฟักแล้วจะทำให้ดูคล้ายออกลูกเป็นตัว13เป็นปลาที่อยู่ในสถานการณ์ใกล้สูญพันธุ์เต็มที่ ซึ่งปัจจุบันจะมีการเลี้ยงไว้ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหลายแห่ง แต่ยังไม่สามารถที่จะแพร่ขยายพันธุ์ในที่เลี้ยงได้สำเร็จ12

การถูกมนุษย์คุกคาม

คุณลักษณะเด่นที่จะงอยปากที่แลดูเหมือนเลื่อยขนาดใหญ่ ปลาฉนากเมื่อถูกมนุษย์จับได้ จะนิยมตัดเอาเฉพาะจะงอยปากนั้นมาทำเป็นเครื่องประดับ หรือเก็บไว้เป็นของระลึก หรือใช้เป็นอาวุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบแปซิฟิคตะวันออก เช่น ประเทศฟิลิปปินส์, ปาปัวนิวกินี, อินโดนีเซีย โดยจะงอยปลาฉนากใช้เป็นอาวุธในการตัดเข้าที่ช่องท้องและก็นำมาซึ่งแผลที่ศอกของคู่ต่อสู้ ซึ่งอาจจะทำให้เสียเลือดจนกระทั่งถึงแก่ชีวิตได้หากปลาตัวใดที่จะงอยปากถูกตัดออกไปหรือหัก จะยังมีชีวิตอยู่ได้ แต่จะอ่อนแอเนื่องจากไม่สามารถใช้ในการป้องกันตัวจากสัตว์นักล่า ยกตัวอย่างเช่น ปลาฉลาม หรือจระเข้ รวมทั้งหาอาหารได้และจะผอมลงเรื่อยจนกว่าตายในที่สุด

 

ความเชื่อถือของมนุษย์ต่อปลาฉนาก

ปลาฉนากในความเชื่อของชาวอะบอริจินี ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของประเทศออสเตรเลีย เชื่อว่า ใช้ฟันเลื่อยที่จะงอยปากขุดพื้นดินกลายเป็นแม่น้ำ และชาวอะบอริจินส์ก็ใช้เนื้อของปลาฉนากกินเป็นของกิน ยิ่งไปกว่านี้แล้วในบางความเชื่อถือ ยังมั่นใจว่าจะงอยปากของปลาฉนากสามารถใช้แทงทะลุท้องเรือและก็ใช้ฟันเนื้อมนุษย์กินเป็นอาหารได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่ประการใด จะงอยปากของปลาฉนากทำได้อย่างมากก็เพียงแค่ป้องกันตัว ซึ่งอาจทำให้มนุษย์ได้รับบาดเจ็บเพียงเท่านั้น ซึ่งมีผู้ที่จับปลาฉนากได้หลายคนต้องได้รับบาดเจ็บจากการที่ถูกฟันเลื่อยที่จะงอยปากนั้นสะบัดใส่

พบในประเทศไทย

สำหรับในประเทศไทย ในอดีตเคยมีรายงานการพบปลาฉนากไกลถึงแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และบึงบอระเพ็ด ในจังหวัดนครสวรรค์ ด้วย ส่วนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลาฉนากพบได้ในตำบลคลองฉนาก